เก่งจีน

พินอินอ่านยังไง วรรณยุกต์ 4 เสียง และกฎเสียงเปลี่ยนที่ต้องรู้

เผยแพร่ 17 กันยายน 2569

สรุปสั้นๆ
  • พินอิน คือระบบเขียนเสียงอ่านภาษาจีนกลางด้วยตัวอักษรโรมัน อ่านตามกฎของพินอินเอง ไม่ใช่อ่านแบบภาษาอังกฤษ
  • พินอิน 1 พยางค์มี 3 ส่วน คือ พยัญชนะต้น + สระ + วรรณยุกต์ เช่น mā = m + a + เสียง 1
  • ภาษาจีนกลางมี วรรณยุกต์ 4 เสียง และเสียงเบา เสียงต่างความหมายก็ต่าง mā แม่ · mǎ ม้า
  • มีคำไม่กี่แบบที่เสียงเปลี่ยนเมื่ออยู่ติดกัน ที่เจอบ่อยคือ เสียง 3 ต่อเสียง 3 และคำว่า 不 กับ 一

พินอินคืออะไร

พินอิน (拼音 pīnyīn) คือระบบเขียนเสียงอ่านของภาษาจีนกลางด้วยตัวอักษรโรมัน ตัวอักษรจีนหนึ่งตัวบอกความหมายได้ แต่ไม่ได้บอกว่าอ่านว่าอะไร พินอินจึงเป็นเหมือนคำอ่านกำกับ ที่คนเรียนภาษาจีนทุกคนต้องอ่านให้ออกก่อน

ข้อที่ต้องจำไว้ตั้งแต่แรกคือ พินอินใช้ตัวอักษรเหมือนภาษาอังกฤษ แต่อ่านไม่เหมือน เช่น q อ่านคล้าย ช · x อ่านคล้าย ซ · c อ่านคล้าย ช แบบลมรั่วที่ฟัน ถ้าอ่านแบบภาษาอังกฤษจะผิดตั้งแต่ต้น

พินอิน 1 พยางค์มี 3 ส่วน

คำพินอินพยัญชนะต้นสระวรรณยุกต์
妈māmaเสียง 1
好hǎohaoเสียง 3
去qùqü (เขียนเป็น u)เสียง 4

บางพยางค์ไม่มีพยัญชนะต้น เช่น 爱 ài (รัก) แต่ทุกพยางค์ต้องมีสระและวรรณยุกต์เสมอ

วรรณยุกต์ 4 เสียง และเสียงเบา

ภาษาจีนกลางเป็นภาษามีวรรณยุกต์เหมือนภาษาไทย เสียงต่าง ความหมายก็ต่าง ตัวอย่างคลาสสิกที่ครูทุกคนใช้คือพยางค์ ma

เสียงลักษณะเสียงตัวอย่าง
1 ā
ขีดตรง
สูง ลากยาวเสมอกัน
ใกล้เคียง: สามัญ แต่ยกให้สูงขึ้น
妈 mā
แม่
2 á
ขีดขึ้น
จากกลางขึ้นสูง
ใกล้เคียง: จัตวา
麻 má
ป่าน, ชา
3 ǎ
หยัก
ต่ำลงไปก่อน แล้วเชิดขึ้น
ใกล้เคียง: เอก แล้วเชิดปลาย
马 mǎ
ม้า
4 à
ขีดลง
จากสูงตกลงต่ำ สั้นและหนัก
ใกล้เคียง: โท
骂 mà
ด่า
เบา a
ไม่มีเครื่องหมาย
สั้น เบา ไม่เน้น吗 ma
คำลงท้ายคำถาม

เสียงไทยในตารางเป็นแค่ตัวช่วยตอนเริ่มต้น ไม่ได้ตรงเป๊ะ ทางที่ดีที่สุดคือฟังเสียงจริงแล้วพูดตาม

เสียง 3 ในประโยคจริงมักออกแค่ครึ่งแรก คือกดต่ำลงแล้วไม่เชิดขึ้น ที่ได้ยินเชิดขึ้นครบมักเป็นตอนพูดคำเดียวโดดๆ หรือคำสุดท้ายของประโยค

เสียงเบามักอยู่ท้ายคำ เช่น 谢谢 xièxie (ขอบคุณ) และ 妈妈 māma (แม่) พยางค์หลังอ่านสั้นและเบา

พยัญชนะที่คนไทยมักอ่านผิด

พินอินใกล้เคียงเสียงไทยจุดที่ต้องระวัง
b · pป · พb ไม่พ่นลม p พ่นลม · b ไม่ใช่ บ
d · tต · ทd ไม่ใช่ ด
g · kก · คg ไม่ใช่เสียง จ หรือ ย แบบภาษาอังกฤษ
hฮออกเสียงจากคอ ขูดกว่า ฮ ของไทยเล็กน้อย
j · q · xจ · ช · ซปลายลิ้นแตะหลังฟันล่าง ริมฝีปากแบะเหมือนยิ้ม เช่น 七 qī (เจ็ด)
zh · ch · sh · rจ · ช · ซ · ร แบบม้วนลิ้นยกปลายลิ้นขึ้นไปใกล้เพดานปาก เช่น 中国 Zhōngguó (จีน) · 水 shuǐ (น้ำ) · r ไม่รัวลิ้น
z · c · sจ · ช · ซ แบบลิ้นแตะหลังฟันz คล้าย "ts" c คล้าย "ts" แบบพ่นลม เช่น 四 sì (สี่)

จุดที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุด คือแยก sh (ม้วนลิ้น) กับ s (ไม่ม้วน) และ zh กับ z ไม่ออก เช่น 十 shí (สิบ) กับ 四 sì (สี่) ถ้าพูดไม่ชัด คนฟังจะสับสนว่าหมายถึงเลขไหน

สระที่อ่านไม่ตรงกับที่ตาเห็น

เสียงที่เปลี่ยนเมื่ออยู่ติดกัน

บางคำเขียนพินอินอย่างหนึ่ง แต่เวลาพูดจริงเสียงเปลี่ยน มี 3 กฎที่เจอตั้งแต่ HSK 1

1. เสียง 3 ต่อด้วยเสียง 3 → ตัวหน้ากลายเป็นเสียง 2
你好 เขียน nǐ hǎo แต่พูดเป็น ní hǎo · 老虎 lǎohǔ (เสือ) พูดเป็น láohǔ

2. 不 bù ถ้าตามด้วยเสียง 4 → กลายเป็น bú
不是 พูดเป็น búshì (ไม่ใช่) · แต่ 不好 ยังเป็น bù hǎo ตามเดิม เพราะ 好 เป็นเสียง 3

3. 一 yī เปลี่ยนตามคำที่ตามหลัง

หนังสือและพจนานุกรมส่วนใหญ่เขียนพินอินตามเสียงเดิม ไม่ได้เขียนตามเสียงที่เปลี่ยนแล้ว รู้กฎไว้ในหัว แล้วเวลาพูดค่อยเปลี่ยนเอง

วางเครื่องหมายวรรณยุกต์ไว้ตรงไหน

เวลาพยางค์มีสระหลายตัว เครื่องหมายวรรณยุกต์จะอยู่บนสระตัวใดตัวหนึ่งตามลำดับนี้

ฝึกพินอินยังไงให้ได้ผล

ในเก่งจีน ทุกคำมีพินอินพร้อมวรรณยุกต์กำกับ เริ่มฝึกจาก คำศัพท์ HSK 1 ได้เลย เป็นคำพื้นฐานที่มีตัวอย่างครบทุกกฎในบทความนี้

บทความอื่น

เริ่มท่องคำศัพท์ HSK ฟรี

คำศัพท์ HSK 3.0 ระดับ 1–6 ครบ 5,400 คำ พร้อมคำแปลไทย ตัวอย่างประโยค และข้อสอบ ไม่ต้องล็อกอินก็เปิดดูได้

เข้าเก่งจีน →